baner
S.K. Polymer กับการประยุกต์ TQM
Written by http://www.tqmbest.com/   

คุณสุพจน์ สุวรรณพิมลกุล
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท เอส เค โพลีเมอร์ จำกัด


จากธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ยางประกอบอิเลคทรอนิคส์ Trading Company เล็กๆ ที่เจ้าของกิจการกู้ เงินมาลงทุนในสภาพโรงงานห้องแถว 10 ปีก่อน แทบจะไม่มีใครรู้จัก จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะ พัฒนา ทำให้ชื่อเสียงของ S.K.- Polymer ก้าวไกลเป็นที่ยอมรับ ในระดับประเทศ ปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวส่งเสริม คือการยอมรับแนวทางบริหารแบบ TQM แม้เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน แต่มองเห็นพัฒนาการที่เกิดขึ้น ในองค์กรได้อย่างชัดเจน อันเป็นที่ มาของการได้รับคัดเลือกให้เป็น องค์กรที่ได้รับโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ “The TQM Best Practice Award “
ขอนำท่านมารู้จักกับ บริษัท S.K.Polymer จำกัด ผ่านคำ บอกเล่าของกรรมการผู้จัดการ คุณสุพจน์ สุวรรณพิมลกุล

 

 

ถาม :  มีความเป็นมาอย่างไรจนเป็นบริษัท S.K.Polymerในวันนี้ได้
  
ตอบ 
บริษัท S.K.Polymer ก่อตั้งใน ปีพ.ศ.2534 เป็น Trading Company ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มีโรงงานสินค้า มีแค่ห้องแถว ของเราเป็นธุรกิจ ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางประ กอบอิเลคทรอนิคส์ เช่นชิ้นส่วน ประกอบตู้เย็น จอคอมพิวเตอร์ฯลฯ แรกๆ ลูกค้าน้อยมากเนื่องจากขาด ความน่าเชื่อถือ เพราะเรายังเล็กและ ลงทุนด้วยการกู้
 
 
 
ถาม :  เริ่มนำระบบการบริหารแบบTQM มาใช้ในองค์กรตั้งแต่เมื่อไหร่
 
ตอบ
เริ่มจากปี พ.ศ. 2540 ปีนั้น ได้มีโอกาสเรียนหลักสูตร Hoshin Kanri ของอาจารย์ (ดร.วีรพจน์ ลือประสิทธิ์สกุล) ก็เป็นสิ่งใหม่ ที่ได้เรียนรู้ หลักสูตรที่เรียนตอนนั้น ก็เรียนแค่7 วัน แล้วกลับมาทำ ตามแนวคิดของอาจารย์ทันทีเลย โดยไม่ปล่อยให้เว้นว่าง เพราะตอน นั้นมองว่าการกระจายนโยบาย เป็นเรื่องไม่ยากก็เลยนำมาใช้ แต่การประยุกต์ใช้ยังไม่ ดีเท่าที่ควรเลยกลายเป็นลองผิด ลองถูกอยู่ 2 ปีเป็น 2 ปีที่ทำอะไร เยอะมาก ซึ่งช่วงนั้นก็จะโทรถาม อาจารย์ตลอด และในที่สุดก็เชิญอาจารย์มาเป็นที่ปรึกษาอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่ สิงหาคม ปี 2543 จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่ถึงปี แต่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรมที่เห็นได้ชัดเจน คนละเรื่องกับที่ทำเอง ที่บางเรื่อง ก็ทำไม่ได้เพราะติดขัดตรงที่ ไม่มีคนชี้แนะก็เสียดายเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านไปเหมือนกัน
 
 
 
ถาม : หลังจากที่ได้เรียนรู้ระบบการ บริหารแบบ TQM และลองใช้ แล้ว องค์กรมีความเปลี่ยน แปลงอย่างไรบ้าง
 
ตอบ
หลังจากที่ได้ศึกษาแล้วลอง นำมาใช้ในองค์กร ผลที่ได้มัน หลายอย่างชนิดที่เราสามารถกำ หนดคุณภาพได้ชัดเจน อย่างที่ไม่ เคยทำได้มาก่อน พูดง่ายๆคือ มันสะท้อนตามสิ่งที่เราปฏิบัติ แต่ โดยหลักแล้วการนำ TQM มาใช้ ในองค์กรทำให้ทุกเรื่องกลายเป็น เรื่องเดียวกัน คือเป็นการบริหาร กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ อย่างเช่น Quality Process Management ,QC story สอนให้เรารู้จักการ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง KQI ( Key Quality Indicators ) ทำให้เกิดความแข็งแกร่งในองค์กร เนื่องจากเราสามารถวัดได้ชัดเจนขึ้น เหล่านี้ก็มีประโยชน์มาก สามารถ กระตุ้นให้พนักงานทุกคนแอคทีฟ ตัวเอง เราก็สามารถหยั่งรู้แนวคิด และปัญหาของพนักงาน จะได้ แก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีไม่ถูก ปล่อยวางเป็นการสร้างวัฒนธรรม ที่ดีขององค์กรให้สอดคล้องกับเข็มมุ่ง นี่ไม่ใช่ทั้งหมด เป็นแค่ส่วน หนึ่งที่เราทำไปบ้างแล้ว ถ้าดูใน ภาพรวมผลดีที่เกิดขึ้นคือ เกิด การกระจายนโยบายหลักประจำ ปี จากระดับสูงสู่ทุกระดับชั้นของ การบริหาร ทำให้ทุกคนเห็นภาพ ชัดเจนเหมือนกัน มีการกระจาย อย่างเป็นระบบและสามารถวัดผล ได้ เป็นเครื่องมือที่ถือว่าชัดเจน ในเรื่องของการกระจายนโยบาย ที่สำคัญโดยวิธีการของ QC Story, เข็มมุ่ง,กระดานเข็มมุ่งทุกคน สามารถทำได้ การกำหนดนโยบายก็เป็น การสร้างแนวคิดร่วมกันตั้งแต่ ผู้บริหารทุกระดับรวมจนถึงพนัก งานทุกระดับเข้ามาแชร์พร้อมๆ กัน ตรงนี้ถือว่าเป็นแนวร่วม จึง มั่นใจได้ว่าจะได้รับการยอมรับ และ ได้ถูกปฏิบัติแน่นอน นี่คือผลรวมที่แค่คุณลงมือ ทำ TQM ก็จะได้ทันที อย่างกรณีของ S.K.Polymer นี่จะเห็นได้ชัดเจนมาก คือตอนที่ผมขยายงานจากโรงงานเก่ามา โรงงานใหม่ ในปี 2538-2539 ต้อง ขยายทั้งเครื่องจักร กำลังคน สิ่ง ก่อสร้าง ดังนั้นจึงมีความวิตก กังวลมาก ทำให้เกิดความขยาด ก็เลยทำทุกวิถีทางเพื่อขยายตลาด ให้กว้างขึ้น ส่งผลมาจนถึงปี 2539-2540 ในขณะที่คนอื่นประสบวิกฤติ แต่ตลาดของเรากลับกว้างขึ้น ยอด ขายก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะช่วงกลางปี 2540 ได้ไปเรียน TQM กับอาจารย์ ทำให้ได้แนวคิดต่างๆมาปรับปรุง การทำงานในบริษัทถึงแม้จะไม่ได้ รับคำปรึกษาอย่างเป็นทางการจาก อาจารย์ แต่แนวคิดเหล่านั้นก็เป็น ประโยชน์ ทำให้รอดพ้นจากตรง นั้นมาได้ แล้วทั้งหมดนี้ ปัจจุบันผม นำมาประยุกต์ใช้กับ ISO9000 ก็ทำตามวิธีของอาจารย์ทุกอย่าง มีการกำหนด KQI ลงไปในทุก กระบวนการ ทำให้แทบไม่ต้องทำ อะไรเลย แต่ได้ผลดีจริงๆ
 
 
ถาม : อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เริ่มนำTQM เข้ามาใช้ในบริษัท
 
ตอบ
หนังสือของอาจารย์ครับ ผมเป็นคนชอบอ่าน ซึ่งไม่เพียงแต่อ่าน เท่านั้นผมได้ศึกษามามากมาย ผม ไม่ได้เรียนจบทางด้านบริหาร ตอนที่ ทำธุรกิจจึงต้องศึกษาอย่างมาก ต้อง อ่านตำรา อบรมเชิงวิชาการต่างๆ ทางด้านบริหาร เข้าคอร์สต่างๆ มากมาย เช่น ของกรมส่งเสริม อุตสาหกรรม ในเรื่องการให้คำ ปรึกษาแนะนำเรื่องการบริหาร จบคอร์สแล้วยังมีคำถามและข้อ สงสัยเต็มไปหมดเลย แต่ของ อาจารย์ต่างกับของที่อื่น จุดเด่นของ ความแตกต่างคือแนวคิด TQM ของ อาจารย์ออกมาเป็นมาตรการรูป ธรรมชัดเจนปฏิบัติได้ทันที หลัง การปฏิบัติสามารถวัดผลได้ โดยใช้ เวลาสั้นกว่า แต่มีประสิทธิภาพ มากกว่า
 
 
 
ถาม : ุคิดว่ารูปแบบการบริหารแบบTQM เหมาะสมกับธุรกิจไทยหรือไม่
 
ตอบ
ผมคิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ ชอบความชัดเจนนะ ดังนั้นการ บริหารแบบ TQM นี่แหละที่เหมาะสม ที่สุด ทุกเรื่องสามารถอธิบายได้ ประยุกต์ก็ง่าย ดูจาก บริษัท SK.Polymer ของเราก็เป็นคนไทยแน่ นอน 100 % แล้วหลังจากที่ทำ TQM ไม่นานเราก็ประสบความสำเร็จในระดับ หนึ่ง คือได้รางวัล “THE TQM BEST PRACTICE AWARD“ ซึ่งรางวัล นี้ทำให้เราได้ไปถึงกลุ่ม TQM ที่กว้างขึ้น นั่นคือได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรื่อง BEST PRACTICE ที่สถาบันต่างๆจัดขึ้น คุณค่าที่เกิดขึ้น มันมากจริงๆ พวกเราทุกคนมีความ ภูมิใจ ดีใจที่องค์กรภายนอกเห็น คุณค่าของมัน เราเองก็ได้แลก เปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ทำ TQM ด้วยกัน ซึ่งเกิดประโยชน์มากจนถึง ทุกวันนี้เราก็ยังคุยกับอาจารย์เสมอ ว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว ทำให้ได้มอง ย้อนกลับไปว่า สิ่งที่ทำดีแค่ไหน เท่าที่คาดหวังไว้หรือเปล่า เป็นโอกาส ที่จะทำให้มีการปรับปรุงพัฒนา วิธีอย่างต่อเนื่อง ตรงตามแนวคิดเดิม ที่ว่า จะทำสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้ดี ที่สุด ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
 
 
 
ถาม : บริษัทที่จะเริ่มต้นนำระบบบริหาร แบบ TQM มาใช้ในองค์กร ควร เริ่มเรียนรู้จากอะไรก่อน
 
ตอบ
ได้ยิน TQM ครั้งแรกเมื่อ ประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้น ยังไม่ได้ให้ความสนใจคิดแต่ว่า จะทำอย่างไรให้อยู่รอด ไม่ได้คิดเลย ไปถึงว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำแล้วช่วย ให้อยู่รอดได้ จึงกลายเป็นว่าสภาพ ตอนนั้นคือแค่ทำงานไปวันๆหนึ่ง ก็หมดเวลาแล้ว ตอนหลังได้มาเรียน รู้กับอาจารย์ ซึ่งก็เพิ่งสองปีที่ผ่าน มานี่เอง พอเรียนแล้วก็นำมาใช้เลย เป็นการใช้แบบเชื่อมั่น เลื่อมใส ศรัทธาในแนวคิดของทีคิวเอ็ม ในความเป็นจริงเนี่ยการจะนำ TQM มาใช้ในองค์กรสำคัญที่ สุดต้องมีความมุ่งมั่นเชื่อมั่น และ เลื่อมใส ผู้บริหารระดับสูงต้องมี ความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา ในขณะ เดียวกันก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ พนักงานด้วย อีกประการหนึ่งคือ ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของ วัฒนธรรมองค์กร เราต้องเคารพ ในความคิดของทุกคน เชื่อใจซึ่งกัน และกัน เรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองอยู่ ตลอดเวลา จะเป็นแรงผลักดันให้ ประสบความสำเร็จได้ ถ้าทำได้นะ รับรองว่าจะทำให้เป็นองค์กรTQM ได้อย่างรวดเร็ว และไม่หลงทาง อย่างที่เราเคยเป็นมาแล้ว
 
 
 
ถาม : ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล “The Best Practice” จาก บริษัท ทีคิวเอ็มเบสท์ จำกัด
 
ตอบ
เรารู้สึกมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการคัด เลือกให้เป็นผู้รับรางวัล The Best Practice ในครั้งนี้ ในความ คิดของผม ระบบ TQM ของ ดร.วีรพจน์ เป็นระบบเดียวที่ดี ที่สุดในประเทศไทย ที่ได้รับการประยุกต์ ปรับปรุงพัฒนาจาก วัฒนธรรมการบริหารงานแบบตะวันตกมาผสมผสานกับ การบริหารงานแบบญี่ปุ่น จนกระทั่งนำไปสู่การพัฒนาระบบ ที่เหมาะสมในการนำมาใช้กับวัฒนธรรมการบริหารแบบคน ไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งทฤษฎี HOSHIN KANRI หรือที่เรียกว่า ทฤษฎีเข็มมุ่ง ถือเป็นเครื่องมือในการบริหาร งานที่ประสบความสำเร็จอย่างเยี่ยมยอด
 
 
 
ถาม : มีคำแนะนำให้กับผู้บริหารที่ยัง ไม่ได้ทำ TQM อย่างไรบ้าง
  
ตอบ
ไม่มีอะไรดีกว่าการปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อว่าไม่มีอะไร ดีที่สุดสำหรับเราทุกๆขนาน ดังนั้น “We Do Better The Best” เป็นพื้นฐานที่ทุกคนต้องถนัด ถ้า หน่วยงานทุกหน่วยงาน ในเมืองไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำ TQM ร่วม กันตรงนี้ ผมเชื่อว่าภาพรวมของ ประเทศจะดีขึ้น จะเป็นการสร้าง ความแข็งแกร่งในจุดเล็กๆก่อน แล้วขยายผลสู่ภาพรวม ผมหวัง อยากจะเห็นความแข็งแกร่งของ ภาคธุรกิจทุกหน่วยงานจริงๆ