baner
อุปนิสัย 7+1 ประการเพื่อประสิทธิผลสูง
Written by โดย..ว่าที่ ร.ต.เลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระยอง   


อุปนิสัยที่พัฒนาคนให้มีศักยภาพนั้น Stephen R. Covey หนึ่งใน Quality Guru ที่มีชื่อเสียงชาวอเมริกันและอดีตประธานที่ปรึกษาของประธานาธิบดี Clinton กล่าวไว้โดยสรุปดังนี้
1. Be proactive ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน
(อุปนิสัยของการเลือกตอบสนองความรับผิดชอบ)
2. Begin with the end in mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ
 (อุปนิสัยของวิสัยทัศน์ มองภาพสุดท้ายที่จะเกิดก่อน
3. Put first things first ทำตามลำดับความสำคัญ
 (อุปนิสัยของความซื่อสัตย์และวินัยในการปฏิบัติ)
4. Think win / win คิดแบบชนะ / ชนะ
 (อุปนิสัยของผลประโยชน์ร่วมกัน)
5. Seek first to understand, then to be understood เข้าใจผู้อื่นก่อนจะให้ผู้อื่นเข้าใจเรา
 (อุปนิสัยของความเข้าใจซึ่งกันและกัน)
6. Synergy ประสานพลัง
 (อุปนิสัยของการร่วมมืออย่างสร้างสรรค์)
7. PDCA ลับเลื่อยให้คม
 (อุปนิสัยของการเติมพลังชีวิต)
* 8. Find your voice หาเสียงของคุณให้เจอ แล้วก็ช่วยให้ผู้อื่นพบเสียงของเขา
 (อุปนิสัยของการพัฒนาตนเอง และผู้อื่น)

 

กรอบความคิดและหลักการ (ภาพรวมของอุปนิสัยทั้ง 7)
โดยทั่วไปแล้วพฤติกรรมของเราประกอบไปด้วยอุปนิสัยต่างๆ ในตัวเรา ความคิดจะส่งผลให้เกิดการปฏิบัติ และเมื่อปฏิบัติเป็นนิจก็จะกลายเป็นอุปนิสัย เมื่อมีอุปนิสัยก็จะกลายเป็นคุณลักษณะ และในที่สุดจะกลายเป็นวิถีชีวิต
อุปนิสัยเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิต และเกิดขึ้นตลอดเวลาจนเกือบไม่รู้ตัว แต่เราสามารถสร้างอุปนิสัยที่มีประสิทธิผลให้เกิดขึ้นกับตัวเราได้ ด้วยความอดทนและตั้งใจจริง ก่อนที่จะอธิบายเกี่ยวกับอุปนิสัยทั้ง 7 ผู้เขียนได้อธิบายให้เราเข้าใจถึง "กรอบความคิด" หรือ  Paradigms ของตัวเราเองและดูว่าเราจะสามารถ "เปลี่ยนกรอบความคิด" (Paradigms Shift) นี้ได้อย่างไร เพราะแต่ละคนย่อมมีมุมมองที่ต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการมองและการตีความเมื่อเข้าใจความหมายของ Paradigms ได้ดีขึ้นและเริ่มเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ก็จะทำให้เรามีโลกทัศน์ที่กว้างไกลกว่าเดิมทุกชีวิตเริ่มต้นด้วยการเป็นทารก ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นตลอดเวลา (Dependence) พอโตขึ้นก็เริ่มพึ่งพาตนเอง (Independence) มากขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนสามารถดูแลตนเองได้และพัฒนาจนถึงขั้นมีความคิด และความเชื่อมั่นเป็นของตนเอง เมื่อเริ่มเป็นผู้ใหญ่จะตระหนักถึงการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Interdependence) ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เฉพาะคนที่พึ่งพาตนเองได้แล้วเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้อุปนิสัยที่ 1, 2, 3 จึงเกี่ยวข้องกับการเอาชนะใจตนเอง คือ เปลี่ยนจากคนที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นไปเป็นคนที่พึ่งพาตนเองหรือ "ชนะใจตนเอง" เมื่อพึ่งพาตนเองได้ถือว่ามีพื้นฐานสำหรับการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันได้ก็จะสามารถก้าวไปสู่การ "ชนะใจผู้อื่น" ด้วยการทำงานเป็นทีมและสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลในอุปนิสัยที่ 4, 5, 6 สำหรับอุปนิสัยที่ 7 เป็นอุปนิสัยที่ต้องหมั่นทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ชนะใจตนเอง (อุปนิสัยที่ 1-3)
อุปนิสัยที่ 1 ต้องเป็นฝ่าย เริ่มต้นทำก่อน (Be Proactive)
เป็นอุปนิสัยเบื้องต้นที่สำคัญที่สุดของคนที่จะมีประสิทธิผลในทุกสถานการณ์ คำว่า Pro-activity มีความหมายมากกว่าการริเริ่ม คนที่ Proactive จะมีความรับผิดชอบดีมาก ไม่ตำหนิสภาพแวดล้อม เงื่อนไขต่างๆ หรือข้อจำกัดจากพฤติกรรมของเขา การกระทำของเขาเกิดจากการเลือกของตนเองซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่ามากกว่าผลจากเงื่อนไขหรือความรู้สึกแก่นแท้ของคนที่ Proactive คือความสามารถในการเก็บแรงกระตุ้น การตอบสนองกับสิ่งกระตุ้นจะเป็นไปอย่างรอบคอบ และผ่านการชั่งใจมาแล้ว ต่างกับคนที่ Reactive หรือเป็นฝ่ายถูกกระทำ มักได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขทางสภาพแวดล้อมและเลือกที่จะให้อำนาจเหล่านั้นมาควบคุมตนอุปนิสัยที่ 2 เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ (Begin with the end in mind) เริ่มต้นด้วยการมองเห็นกรอบความคิดเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายสุดท้ายในชีวิตของเราเพื่อใช้เป็นกรอบอ้างอิง ตรวจสอบทุกอย่างที่ผ่านมาว่าสอดคล้องกับสิ่งที่กำหนดไว้ในใจหรือไม่ โดยต้องกำหนดเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน และพยายามทำทุกอย่างไม่ให้ขัดแย้งกับสิ่งที่เรากำหนดไว้ว่าสำคัญที่สุดและทำให้เข้าใกล้เป้าหมายให้มากที่สุด
อุปนิสัยที่ 2 นี้มีพื้นฐานอยู่บนหลักการของ "ความเป็นผู้นำ" ซึ่งต่างจากการเป็น "ผู้จัดการ" "การจัดการ" เหมือนความสามารถในการไต่บันไดแห่งความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล แต่ "ความเป็นผู้นำ" เหมือนกับการพิจารณาว่าบันไดอันไหนพิงอยู่บนกำแพงที่ถูกต้อง บ่อยครั้งที่เราทำงานหนักเพื่อไต่บันไดแห่งความสำเร็จแต่กลับพบว่าบันไดนั้นพิงผิดที่วิธีที่มีประสิทธิผลมากที่สุดในการเริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจก็คือ การสร้างคำปฏิญญาส่วนตัว (Personal Mission Statement) โดยต้องเริ่มต้นที่ "ศูนย์รวม" ของขอบเขตที่สามารถทำได้เสียก่อน "ศูนย์รวม" มีหลายแบบ เช่น "ศูนย์รวม" อยู่ที่คู่ครอง ครอบครัว เงิน ที่ทำงาน การเป็นเจ้าของ ความยินดีและความพอใจ มิตรหรือศัตรู วัด และตนเอง เป็นต้น "ศูนย์รวม" นี้จะเป็นแหล่งกำหนดปัจจัยสนับสนุนชีวิต 4 ประการ ได้แก่ ความมั่นคงในจิตใจ (Sevurity), เครื่องนำทาง (Guidance), ปัญญา (Wisdom), และอำนาจ (Power) ปัจจัยทั้ง 4 นี้ต้องอาศัยซึ่งกันและกันจึงจะให้ประโยชน์สูงสุด ความมั่นคงในจิตใจและเครื่องนำทางที่ชัดเจนนำมาซึ่งปัญญาและปัญญาเป็นตัวจุดประกายให้มีการใช้อำนาจผลกระทบในด้านบวกที่จะเกิดกับชีวิตเราขึ้นอยู่กับชนิดของ "ศูนย์รวม" ที่เราเป็นอยู่
อุปนิสัยที่ 3 ทำตามลำดับความสำคัญ (Put first thing first) การบริหารงานที่มีประสิทธิผลคือ การทำตามลำดับความสำคัญ ในขณะที่ผู้นำเป็นคนตัดสินใจว่าสิ่งไหนต้องทำก่อน ผู้จัดการจะนำสิ่งนั้นมาไว้เป็นลำดับแรกของการทำงาน การบริหารจัดการก็คือ การจัดระเบียบวินัยเพื่อทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จนั่นเอง
อุปนิสัยที่ 3 นี้เกี่ยวข้องกับ "การบริหารเวลา" โดยมีปัจจัย 2 อย่าง ความ "เร่งด่วน" และ "สำคัญ" ที่เป็นตัวกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เวลาแต่อยู่ที่การ "จัดการกับตัวเอง"
ชนะใจผู้อื่น (อุปนิสัยที่ 4-6)
อุปนิสัยที่ 4 คิดแบบ ชนะ / ชนะ (Think win / win) แนวคิดแบบชนะ / ชนะ เป็นกรอบของความคิดที่แสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน ข้อตกลงหรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นไปเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ แนวคิดชนะ / ชนะวางอยู่บนพื้นฐานของกรอบความคิดที่ว่า ยังมีที่ว่างสำหรับทุกคน ความสำเร็จของคนคนหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำให้อีกคนหนึ่งล้มเหลวเสมอไปอุปนิสัยที่ 4 นี้ ต้องอาศัยความเป็นผู้นำอย่างมาก ผู้นำที่ดีนั้นต้องมองการณ์ไกล มีความคิดริเริ่ม กล้าตัดสินใจและมั่นคง นำทางได้ มีภูมิปัญญาและอำนาจซึ่งมาจากการเป็นคนที่เคร่งครัดในระเบียบวินัย  นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้กล่าวถึงแก่นแท้ของอุปนิสัย 3 อย่างที่จำเป็นต่อ กรอบความคิดแบบ ชนะ / ชนะ ได้แก่ ความซื่อตรง ความเป็นผู้ใหญ่ และความมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
อุปนิสัยที่ 5 เข้าใจผู้อื่นก่อนจะให้ผู้อื่นเข้าใจเรา (Seek first to understand, then to be understood) เป็นกุญแจสำคัญของหลักการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีประสิทธิผลการติดต่อสื่อสารถือเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิต เราใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้วิธีการอ่าน เขียน และพูด แต่น้อยคนที่ได้ผ่านการฝึกอบรมเรื่องการฟัง  การฟังในที่นี้หมายถึงการฟังเพื่อแสวงหาความเข้าใจซึ่งมากกว่าการสนใจฟัง เราต้องฟังด้วยหู ด้วยหัวใจ ด้วยความรู้สึก ด้วยความหมายที่แสดงออกมา  เราฟังถึงพฤติกรรมและใช้สมองด้านซ้ายและขวาไปพร้อมกัน การรับฟังเพื่อแสวงหาความใจส่งผลดีอย่างมากเพราะทำให้เราได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
อุปนิสัยที่ 6 ประสานพลัง (Synergize) หมายถึง การนำข้อดีของอุปนิสัยทั้งหมดมารวมเข้าด้วยกันเพื่อทำงานใหญ่ให้สำเร็จ  กุญแจสำคัญของการประสานพลังระหว่างบุคคลนั้นก็คือ การประสานพลังในตัวบุคคลนั่นเอง เป็นการประสานพลังภายในตัวเองโดยการทำให้อุปนิสัยทั้ง 3ข้อแรกฝังอยู่ในตัวเราให้ได้ ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกมั่นคงเพียงพอที่จะรับมือกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น  เมื่อเรามีหลักการทั้งสามอยู่ในใจแล้ว ก็เหมือนกับเราได้พัฒนาจิตใจที่เอื้อเฟื้อ และมีความคิดแบบ ชนะ / ชนะ อันเป็นพลังของอุปนิสัยที่ 5 ในการสื่อสารแบบประสานพลัง เราต้องเปิดใจ เปิดความคิดให้กว้างและเตรียมความรู้สึกให้ดี พร้อมรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นรวมทั้งทางเลือกใหม่และโอกาสใหม่ ซึ่งฟังดูเหมือนกับว่าจะขัดแย้งกับอุปนิสัยที่ 2 (เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ) แต่ในความเป็นจริงเรากำลังทำให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่างหาก
อุปนิสัยที่ 7 ลับเลื่อยให้คม (Sharpen the saw) เป็นหลักการปรับตัวใหม่ให้สมดุลซึ่งทำให้อุปนิสัยที่เหลือทั้งหมดทำงานได้ผล เปรียบเสมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ช่วยรักษาและเพิ่มคุณค่าที่มีอยู่ในตัวให้มากขึ้น เป็นการปรับเปลี่ยนของสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราโดยธรรมชาติ 4 อย่าง ได้แก่  ร่างกาย จิตวิญญาณ สติปัญญา และความรู้สึกที่มีต่อสังคม คำว่า "ลับเลื่อยให้คม" หมายถึง การแสดงให้เห็นถึงพลังขับดันทั้ง 4 อย่าง และการฝึกหัดใช้พลังทั้ง 4 ที่มีอยู่ในตัวเราอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมออย่างฉลาดและสมดุลย์ ซึ่งจะทำได้ก็ต้องเป็นคนที่ชอบลงมือก่อน ในขณะที่ภาคร่างกาย สติปัญญา และใจเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับอุปนิสัยที่ 1, 2 และ 3 ซึ่งมีศูนย์รวมเน้นไปที่วิสัยทัศน์ส่วนตัว ความเป็นผู้นำ และการจัดการ แต่ทางภาคสังคมและอารมณ์จะเน้นไปที่อุปนิสัยที่ 4, 5 และ 6 ซึ่งมีศูนย์รวมที่เน้นไปที่การติดต่อระหว่างบุคคลของการเป็นผู้นำ การติดต่อสื่อสาร และการร่วมมือกันสร้างสรรค์ ดังนั้นการที่จะประสบความสำเร็จในอุปนิสัยที่ 4, 5 และ 6 นั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของสติปัญญาแต่เป็นเรื่องของอารมณ์
สำหรับอุปนิสัยที่ 8 คือ “Find your voice” คือหาเสียงของคุณให้เจอ แล้วก็ช่วยให้ผู้อื่นพบเสียงของเขา คนเรานั้นมีความฉลาดใน 4 ระดับ คือ ความฉลาดในทางกายภาพ (Physical intelligence) ความฉลาดในทางอารมณ์ (Emotional intelligence) ความฉลาดในทางสมอง (Intelligence quotient) และความฉลาดทางจิตวิญญาณ (Spiritual intelligence) ซึ่งทั้ง 4 ประการนี้เป็นสิ่งที่ได้รับมาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อโตขึ้น เป็นสิ่งที่เราได้มาตั้งแต่เราเกิด เมื่อคนเรา Lose a Voice ก็จะไม่มีเสียงอะไรของเรา เราไม่มีจุดยืนของเราไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ใครมากระทบเราก็อ่อนไหว ถ้าเราเป็นเช่นนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือทำให้คนอื่นไม่สามารถค้นหาเสียงของเขาเจอ เพราะว่าเราไปสนับสนุนสังคมของการที่จะมีความไว้วางใจกันน้อย ทำให้การแบ่งปันวิสัยทัศน์ในองค์กรไม่เกิดขึ้น ต่างคนต่างคาดว่ามี แต่ไม่ได้ช่วยกันทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง และการมอบอำนาจ ถ้ามีเป็นเพียงในแบบฟอร์ม แต่ไม่ได้เป็นการ มอบอำนาจอย่างแท้จริง และการจะเดินหน้าแบบ Alignment สอดคล้องกันก็ไม่เกิดขึ้นจริง มันก็เกิดMisalignment ขึ้น แต่ถ้าเรามี 7 Habits เราเดินหน้าในลักษณะที่เราเป็นบุคคลที่สมบูรณ์ในทุกด้าน ก็จะเป็นการที่เราสามารถ Find a Voice ทางด้านของ Physical เราก็จะเป็นคนที่เข้มแข็งมีวินัยใน ตัวของเราเอง ทางด้านของ EI เราจะมีพลังมหาศาลที่จะผลักดันสิ่งที่เราถือว่าสำคัญให้มันเกิดขึ้นได้ และเราจะมีวิสัยทัศน์หนทางที่เราจะไป Dr. Covey กล่าวว่ามีกุญแจสำคัญมากของคนที่ได้ศึกษามาว่าทำไมถึงประสบความสำเร็จ เขาบอกว่าเป็นเพราะ ยิ่งมีวิสัยทัศน์ของสิ่งที่เราต้องการทำให้เกิดขึ้นในชีวิตเราชัดเจน ถ้าเรามีจะทำให้เราสามารถก้าวไปประสบความสำเร็จได้ แล้วยิ่งภาพนี้ชัดเจนมากเท่าไร ยิ่งเป็นเหมือนกับตัวแม่เหล็กที่จะดึงเราให้เราเดินหน้าประสบความสำเร็จได้อย่างดีที่สุด รวดเร็วที่สุด ในด้านของ Spiritual จะเป็นเรื่องของการที่เรามีจิตสำนึกที่จะเป็นตัวที่จะคอย บอกเราว่านี่คือสิ่งที่เราควรจะทำ นี่คือผิดนี่คือถูก และท้ายสุดการที่เราเป็นบุคคลที่สมบูรณ์อย่างนั้นได้ เท่ากับว่าเราจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นสามารถค้นหาเสียงของเขาได้ โดยการที่เราจะพยายามทำให้เกิดความสอดคล้องในองค์กร จะมีการมอบอำนาจ จะมีการนำทาง และท้ายสุดจะ เป็นเรื่องของการที่เราจะต้องเป็นบุคคลตัวอย่าง (Role model) เมื่อทุกคนเห็นแล้วจะดำเนินรอยตาม

______________________


References

Stephen R Covey. (1989). The seven habits of highly effective people, New York: Simon and Schuster.
Accessed at, http://www.dmc.tv/forum/index.php?showtopic=3117&mode=-threaded&pid=15510, 6 October, 2006. at 10.00-(GMT+4hrs)
Accessed at, http://opdc.go.th/thai/developLeader/day%206/1desc_7habits.pdf, 6 October, 2006. at 10.00-(GMT+4hrs)