baner
พรชัย รัตนตรัยภพ: ทุกวันของงานคือมาตรฐานสากล
Written by สุภาพร เตวุฒิธนกุล   

พรชัย  รัตนตรัยภพ:

ทุกวันของงานคือมาตรฐานสากล

 การทำระบบ...ไม่ได้ทำให้ขายของได้ดีขึ้น ??? ผู้อ่านคงสงสัยว่า  แล้วจะทำกันไปไย  คุณพรชัย  รัตนตรัยภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์โปรไฟล์ จำกัด ผู้ผลิตชิ้นงานพลาสติกชั้นนำด้วยกรรมวิธีฉีด  รีด  และเป่า  มีคำตอบ และเป็นผู้หนึ่งที่เล็งเห็นคุณค่าของการทำระบบมาตรฐานสากล  มิใช่เพียงพิจารณารูปลักษณ์ภายนอก หรือตามสมัยนิยมเท่านั้น

   เริ่มต้นจากความเชื่อ            การจัดทำระบบมาตรฐานสากลของบริษัท อินเตอร์โปรไฟล์ มีทั้งหมด 4 ระบบ ได้แก่ 1. ISO 9001:2000 มาตรฐานการจัดการคุณภาพจาก BVQI   2. ISO 14001:1996 มาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมจาก SGS   3. OHSAS 18001 และ TIS 18001 มาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจาก MASCI และ  4. TLS 8001:2003 มาตรฐานแรงงานไทยจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  ซึ่งระยะเวลาในการดำเนินแต่ละโครงการจนได้รับใบรับรองใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี  เริ่มจากการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544                คุณพรชัยกล่าวว่า  ผมมีความเชื่อมั่นในระบบตั้งแต่แรกว่าสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาได้  จึงตัดสินใจนำมาประยุกต์ใช้ในบริษัท  โดยเข้าร่วมโครงการของสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม  โดยมีที่ปรึกษาคือสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ  ระยะเวลาในการให้คำปรึกษาแม้จำกัด  แต่บริษัทได้รับการรับรองตามระยะเวลาของโครงการที่กำหนด  ซึ่งถือเป็นสิ่งที่บริษัทภูมิใจในความมุ่งมั่นจนสำเร็จ                 สิ่งสำคัญที่สุดในการทำระบบคือความมุ่งมั่นของผู้บริหารต้องชัดเจน  องค์การไทยส่วนใหญ่มักสับสนกับคำว่าความมุ่งมั่นว่าคืออะไร  สิ่งใดคือสิ่งที่องค์การปรารถนา  ซึ่งต้องเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการทำระบบว่าจะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานนั้นๆ  เพื่ออะไร เพื่อได้ระบบหรือได้เพียงใบรับรอง                ที่ปรึกษามักถามเสมอว่า  อยากได้ระบบหรืออยากได้ใบรับรอง  แน่นอนว่าต้องเป็นระบบ แต่ลำพังระบบใดระบบหนึ่งไม่สามารถทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้   และการทำไม่ได้ทำจากการเรียกร้องของลูกค้า  ดังนั้นการทำระบบให้ประสบความสำเร็จต้องอยากทำด้วยใจและไม่มีใครบังคับ  อยากทำเพราะเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการจัดการในองค์การทั้งหมด  ผมไม่ได้คิดว่า ISO 9001 เป็นใบเบิกทางเพื่อให้บริษัทก้าวหน้า แต่คิดว่าเป็นแผนที่ที่จะผลักดันบริษัทให้ก้าวไปได้อย่างต่อเนื่อง  ต้องทำความเข้าใจร่วมกัน            ปัญหาโลกแตกในการนำเทคนิคใหม่ๆ มาใช้ในองค์การคือ  การมีวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทั้งระดับองค์การ และระดับบุคคล  สิ่งสำคัญที่สามารถทำให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายได้ดียิ่งขึ้น คือ การทำความเข้าใจร่วมกัน ระหว่างผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านและลดระยะเวลาในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ                   คุณพรชัยกล่าวว่า เริ่มต้นจากการทำระบบ ISO 9001 จะพบปัญหาค่อนข้างมาก เพราะบุคลากรไม่คุ้นเคยกับระบบ ทำงานตามความพึงพอใจ  ซึ่งพนักงานมักถามว่าจะให้ทำงานก่อนหรือทำ ISO ก่อน  แต่จะตอบพนักงานเสมอว่าต้องทำไปพร้อมๆ กัน โดยให้คิดว่า ISO เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน  ISO ไม่ใช่ส่วนที่แตกแยกออกมาใหม่ๆ  แต่เป็นการทำงานให้ง่ายและมีระบบมากยิ่งขึ้น                ผมมักบอกพนักงานเสมอว่า การเป็นเจ้าของกิจการกับพนักงานไม่ได้มีความแตกต่างกัน  มีความรับผิดชอบ มีเป้าหมายเดียวกัน ต้องทำให้ได้ตามเป้าหมายนั้น การอ้างความเป็นเจ้าของแล้วไม่พยายามปรับปรุงองค์การให้ได้ตามเป้าหมายนั้นไม่ถูกต้อง  ผมเป็นคนหนึ่งที่มุ่งเป้าหมาย  โดยนำวิธีการจัดการเข้ามาใช้  ถ้าไม่ได้ตามเป้าหมายต้องปรับปรุง คนที่ทำงานไม่มีเป้าหมายจะไม่มีวันก้าวหน้า                ตลอดระยะเวลาในการนำระบบการจัดการมาตรฐานสากลมาเป็นตัวขับเคลื่อนการบริหารงานภายในของบริษัทอินเตอร์โปรไฟล์   ที่ปรึกษาจะมีการนัดประชุมเพื่อสรุปความคืบหน้าของการแต่ละกิจกรรม  โดยแต่ละครั้งจะมีการสื่อสารให้พนักงานได้เข้าใจอย่างสม่ำเสมอว่า  บริษัทต้องการอะไร                 พนักงานมักถามเสมอว่า ระบบการจัดการคุณภาพทำเพื่ออะไร  เราตอบว่าการทำระบบ ISO 9001 ถือเป็น ของขวัญให้ลูกค้า เพราะเป็นสิ่งที่จะผลักดันให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ  ซึ่งเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุด   โดยธุรกิจที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ รวมถึงธุรกิจที่มีขนาดกลางและขนาดย่อมควรเริ่มต้นทำระบบ  ISO 9001  ซึ่งจะเป็นแผนผังให้ธุรกิจและลดปัญหาให้น้อยลง สิ่งสำคัญคือการเริ่มลงมือทำ และผู้บริหารต้องทำด้วยตนเอง  ไม่ใช่ฝากความหวังไว้ที่ตัวแทนฝ่ายบริหาร  แต่ผู้บริหารต้องพยายามกระตุ้นให้พนักงานช่วยกันคิด ถึงแม้จะแก้ไขหลายครั้งในเรื่องของระบบเอกสาร แต่ส่วนหนึ่งพนักงานจะมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น เขาก็จะรู้สึกว่าสามารถทำได้  ถ่ายทอดอย่างทั่วถึง                ปัญหาของการทำ ISO คือ ชอบแยกออกจากการทำงาน เห็นเป็นสิ่งแปลกปลอมเป็นของใหม่  แต่ความจริงแล้วคนเหล่านั้นละเลยการทำงานต่างหาก ละเลยสิ่งที่ควรจะทำ                ความร่วมมือในทางปฏิบัติ กับการรักษาระบบให้คงไว้เป็นสิ่งที่สำคัญ  ซึ่งส่งผลสะท้อนในระยะยาว  เป็นเหตุให้คุณพรชัยตัดสินใจสมัครเข้าเรียนหลักสูตรการเป็นวิทยากร กับสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เป็นรุ่นที่ 5 และได้นำความรู้ที่ได้รับมาจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมให้กับพนักงานด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่พนักงานระดับหัวหน้างาน และต่อมาคือระดับปฏิบัติการ  โดยใช้เวลาหลังเลิกงาน 2 ชั่วโมง แบ่งออกเป็น 10  ครั้งๆ ละประมาณ 20-30 คน พร้อมทั้งยกตัวอย่างจากการทำงานประกอบ เพื่อจูงใจให้พนักงานเห็นถึงสิ่งที่ควรปรับปรุงแก้ไข                 คุณพรชัยกล่าวว่า ผลจากการสังเกตพบว่าพนักงานมีความตั้งใจ  และทุกครั้งที่สิ้นสุดการฝึกอบรมจะมีการทดสอบความรู้ที่พนักงานได้รับด้วยข้อสอบ ถ้าใครไม่ผ่านให้ลงเรียนใหม่  เป็นการเรียนด้วยความสมัครใจ  หลังจากทำการสอนด้วยตนเองสักระยะก็คิดว่าควรมีการเปลี่ยนแปลง จึงได้ส่งพนักงานในบริษัทไปเรียนอีก 5 คนทั้งหลักสูตร trainer  และ QMR เพราะในอนาคตเขาเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาและพัฒนาระบบ  โดยจะย้ำกับตัวแทนพนักงานว่าการเรียน ISO คือเรียนเพื่อเป็นผู้บริหาร รู้จักระบบ เข้าใจระบบถือได้ว่าคุณกำลังจะก้าวเป็นผู้บริหารแล้ว 
ขายแรงงานไม่ใช่ขายอวัยวะ
                บริษัทอินเตอร์โปรไฟล์ มีการจัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงาน  จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุพบไม่บ่อยนักในภาคการผลิตพลาสติกประเภทฉีด รีด และเป่า แต่บริษัทถือว่าเป็น ของขวัญให้พนักงาน โดยมีการนำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมาใช้                  พวกคุณมาทำงานคือขายแรงงานไม่ได้ขายอวัยวะ แต่มาเพื่อขายแรงงาน การทำระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัย  เน้นเรื่องการป้องกัน คุณมาทำงานอย่างมากก็เหนื่อย  แต่อวัยวะต้องอยู่ครบ  สิ่งนี้เป็นของขวัญที่มอบให้ โดยถือเป็นผลตอบแทนจากการทำระบบ                นอกจากนี้บริษัทอินเตอร์โปรไฟล์ยังมีการตรวจสอบสารเคมีที่ปนเปื้อนในอากาศตามข้อตกลง OHSAS 18001  โดยผลจากการตรวจประเมินของหน่วยงานภาครัฐ ไม่พบสารเคมีที่เป็นพิษในโรงงาน  แต่บริษัทมิได้นิ่งนอนใจ  ถ้าพนักงานคนใดได้กลิ่นผิดปกติจะทำการหาสาเหตุจากเครื่องจักรว่าผิดปกติหรือไม่  และหาทางป้องกันมากกว่ารอให้เกิดโรคจากการทำงานก่อน   โดยให้พนักงานทุกคนใส่หน้ากากคาร์บอน  ซึ่งเบื้องต้นมีการกำหนดกฎระเบียบอย่างชัดเจน  ให้พนักงานที่เกี่ยวข้องทุกคนสวมถุงมือเพื่อป้องกันสารเคมี ซึ่งทางบริษัทเน้นป้องกันมากกว่าการแก้ไข พนักงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีจะมีการตรวจสุขภาพมากกว่าพนักงานทั่วไป  สิ่งที่บริษัทมุ่งมั่นอีกประการคือการทำให้ทุกฝ่ายมีความสุข  ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน และสังคม  โดยอยู่บนพื้นฐานที่พนักงานทุกคนให้ความร่วมมือด้วยความรู้ความเข้าใจ มาตรฐานแรงงานกับคุณภาพชีวิต                คุณพรชัยกล่าวถึงการปรับระบบว่า ปัจจุบันมาตรฐานแรงงานมีการกำหนดให้ลดการทำงานล่วงเวลา การเป็นพนักงานรายวันและทำงานล่วงเวลาจะมีรายได้รวมมากกว่าเงินเดือนพนักงานประจำ  เนื่องจากอัตราการจ้างพนักงานทำล่วงเวลามีสูง  แต่จะทำอย่างไรเมื่อลด OT แล้วพนักงานยังอยากอยู่กับบริษัท  เพราะในมุมมองพนักงานสำหรับการลด OT หมายถึงลดรายได้ด้วย                บริษัทพยายามลด OT แต่ไม่ลดรายได้   สื่อสารกับพนักงานทุกคนว่า  ถ้ามีการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานของตน   เช่น เดิมพนักงานทำได้ 150 ชิ้น/วัน  ถ้าพัฒนาเป็น 200 ชิ้น/วัน  เขาจะได้รับการพิจารณาสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติม  คนที่มีฝีมือมากกว่าควรจะมีรายได้มากกว่า   นอกจากนี้บริษัทมีการสำรวจว่าพนักงานมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง   นำมาประเมินว่าพนักงานมีรายรับพอกับรายจ่ายหรือไม่เมื่อเกิดการลด OT  และบริษัทยังมีการจัดสอบฝีมือแรงงาน  พนักงานที่สอบผ่านจะมีการปรับรายได้ให้สูงขึ้น ความจริงจังของผู้บริหาร                การที่ระบบจะขับเคลื่อนได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่ที่ผู้บริหารเป็นสำคัญ  ไม่ควรละเลยระบบการจัดการไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง  ในกรณีกิจการที่มีขนาดกลางและขนาดย่อม ถ้าทิ้งไว้เป็นหน้าที่คนใดคนหนึ่ง  คนเหล่านี้จะไม่อยากทำ  และมองว่าระบบเป็นตัวปัญหามากกว่าเป็นทางออก                  ระบบเหล่านี้เป็นสิ่งช่วยเตือนผู้บริหาร เพราะต้องมีการประชุมทบทวน  ว่าใครมีปัญหาอะไร และได้ทำการแก้ไขให้ลูกค้าอย่างไร  ซึ่งส่งผลให้บริษัทเกิดการพัฒนา  บางหน่วยงานเวลาพูดถึงปัญหาแล้วไม่ได้แก้ไข   ไม่มีอะไรคืบหน้า นานเข้าก็ลืม ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ  แต่ถ้ามีการนำระบบมาใช้  ทุกครั้งที่เกิดปัญหา  ลูกค้าไม่พึงพอใจ  ชุมชนมีการร้องเรียน หรือมีปัญหาเรื่องแรงงาน ทุกอย่างทำเป็นเอกสารนำเสนอต่อผู้บริหาร  เพื่อหาแนวทางแก้ไข ฉะนั้นปัญหาต่างๆ ทั้งหมดจะถูกแก้ไข                 นอกจากนี้  ในทางปฏิบัติมีการกำหนด KPI  ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะแบ่งเป้าหมายออกเป็น 3 ระดับ คือ  ระดับองค์การ  ระดับแผนก  และระดับพนักงาน  เช่น เป้าหมายพนักงานมีการกำหนดว่าใน 1 วันสามารถผลิตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ถ้าทำได้จะได้คะแนนเต็ม เพราะฉะนั้นใครทำดีหรือไม่ดีจะเห็นได้ชัดจากคะแนน มากกว่าการขายสินค้า                ปัจจุบันการค้าขายยากขึ้น  บริษัทที่จะอยู่รอดได้ต้องค้นหานวัตกรรมใหม่ๆ มากกว่าการขายเพียงตัวสินค้า  ฉะนั้นบริษัทจึงนำข้อความได้เปรียบด้านความชำนาญด้านพลาสติก ผ่านการให้คำปรึกษา   แนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาแก่ลูกค้า                หลายครั้งเมื่อลูกค้ามีปัญหามักไม่มีใครให้คำตอบ  แต่บริษัทมีนโยบายว่าใครมีปัญหาเรื่องการผลิตพลาสติกสามารถโทรปรึกษาได้ และต้องได้รับคำตอบ  ซึ่งบริษัทยินดีให้คำปรึกษา  ถ้ารู้จักบริษัทไม่ต้องซื้อสินค้าก็ได้  ความลับทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ ถ้าเปิดเผยจะเกิดการพัฒนา การปกปิดเปรียบเสมือนกบที่อยู่ในกะลาจะเจริญก้าวหน้านั้นยาก                คุณพรชัยเล่าให้ฟังว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเข้ามาบอกว่าอยากทำอะไร งบประมาณเท่าไหร่ บริษัทไม่มีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ ไม่ว่า 50 ชิ้นหรือ 100 ชิ้น ทางบริษัทก็รับทำ ซึ่งพยายามค้นหากระบวนการเพื่อให้สามารถผลิตได้ตรงตามงบประมาณของลูกค้า  อีกสิ่งที่ไม่เคยหยุดนิ่งคือ การวิจัยและพัฒนา (Reseach and Development - R&D) มีการเลือกใช้พลาสติกทุกชนิดในการผลิต  ลูกค้าที่มาหาจะไม่เคยถูกปฏิเสธว่าทำไม่ได้ จนกว่าจะทดลองทำ                 สินค้าของอินเตอร์โปรไฟล์จะเน้นตามความต้องการของลูกค้า  แนวคิดของระบบที่เป็นเหตุเป็นผลทำให้บริษัทไม่คิดเก็งกำไร แต่ไม่ได้ละทิ้งการลดต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไปเพื่อให้สามารถแข่งขันได้  สิ่งใดที่ทำแล้วลูกค้าเกิดผลกระทบจะไม่ฉวยโอกาส  พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดให้ลูกค้าทราบทุกครั้ง แข่งขันกับตัวเอง                คนที่คิดจะแข่งกับใครจะวางเป้าหมายไว้ต่ำ สิ่งที่ดีที่สุดคือการเปรียบเทียบกับตัวเอง  บริษัทจะทำในสิ่งที่คนอื่นไม่อยากทำ ไม่ได้แปลว่าเก่ง  แต่คิดว่าเมื่อคนซื้ออยากให้ทำและคนขายอยากทำ  เวลามาพบกันต่างคนต่างมีความสุข  ถือเป็นการหาสิ่งแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สามารถแข่งในตลาดได้ บริษัทจะคิดเสมอว่าทุกคนเป็นพันธมิตร  ไม่มีใครเป็นคู่แข่ง มีอีกหลายอย่างที่ลูกค้าอยากให้ทำแต่ไม่มีใครทำ ไม่จำเป็นต้องแย่งกันแล้วแข่งขันด้วยราคา                คุณพรชัยกล่าวว่า  ตามกระแสนิยมมีการนำระบบมาตรฐานต่างๆ มารวมเข้าด้วยกัน  ถ้าเป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่  สามารถทำได้เนื่องจากมีความพร้อม ทั้งด้านบุคลากร  ระบบการทำงานที่ชัดเจน   เวลานำมารวมกันเหมือนลดค่าใช้จ่าย และย่นระยะเวลาในการตรวจประเมิน  แต่ถ้าถามว่าควรรวมระบบมาตรฐานทั้งหมดหรือไม่  โดยปกติที่ปรึกษาแนะนำให้รวมเอกสารเป็นชุดเดียว เพื่อง่ายต่อการสืบค้น  และเมื่อตรวจประเมินก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที   แต่ถ้ารวมเกณฑ์การประเมินของแต่ละมาตรฐานทั้งหมด ไม่ควร เพราะมักเกิดการละเลย เช่น  เน้นระบบ ISO 9001 ไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม  บริษัทไม่เคยคิดจะตรวจรวมระบบ  แต่คิดว่าจะใช้ทั้ง 4 ระบบเป็นตัวขับเคลื่อนบริษัทให้ก้าวหน้า  สำหรับธุรกิจขนาดไม่ใหญ่นักไม่เหมาะที่จะรวมเพราะทำให้แต่ละมาตรฐานคุณภาพด้อยค่าลง                  สุดท้ายคุณพรชัยกล่าวถึงความประทับใจในระหว่างการทำระบบว่า ต้องขอชมเชยความตั้งใจของวิทยากรที่ปรึกษาที่มอบความรู้และเสนอแนะอย่างเต็มที่   สิ่งที่เหมือนกันทุกอย่างของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนเสร็จสิ้น คือ  ความทุ่มเทอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนสามารถทำให้บริษัทอินเตอร์โปรไฟล์ได้การรับรองทั้ง 4 มาตรฐาน ทำให้ระบบง่ายขึ้น และใช้เวลาน้อยลง                   



[*] เจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ