baner
จูงใจพนักงานด้วยโครงการคุณภาพชีวิต
Written by อทิตยา   
Post Today - ขอเขียนเรื่องคุณภาพชีวิตมนุษย์ทำงาน (Quality of Worklife - QWL) หรือสมดุลยภาพของชีวิตทำงานและชีวิตส่วนตัว (Balance of Work–Life) ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ เพราะว่าผู้เขียนเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าเรื่องคุณภาพชีวิตนี้เป็นเรื่องที่มนุษย์ทำงานทั่วโลกในปัจจุบันกำลังขาดแคลนเป็นอย่างยิ่ง ไม่เชื่อก็ลองดูตัวของท่านเองก็ได้ว่า ท่านมีชีวิตประจำวันทำนองนี้หรือไม่? ...
  • ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งหรือเช้ากว่านั้นเพราะ บ้านอยู่ไกลจากที่ทำงาน 
  • ขับรถไปทำงานเองหรือใช้บริการ ขสมก. โดยใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงกว่าจะ ถึงที่ทำงาน
  • ไม่ค่อยได้ทานอาหารเช้า เพราะรีบไปทำงาน รีบไปส่งลูกเข้าโรงเรียน
  • เวลาทำงานต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือนั่งประชุมไม่ต่ำกว่าวันละ 4 ชั่วโมง โดยไม่ได้ขยับแขนขาไปไหนเลย
  • ใช้เวลาพักรับประทานอาหารในสำนักงานไม่เกิน 30 นาที เพื่อรีบกลับมาทำงานต่อ
  • ทำงานถึง 5 โมงเย็นแล้วรีบห้อไปรับลูก (กรณีมีลูก) ถ้าไม่มีลูกก็ทำงานต่อจน 2 ทุ่มไปแล้ว เพื่อเลี่ยงรถติดตอนเย็น
  • พอถึงบ้านรีบทำกับข้าวหรือไม่ก็แกะอาหารสำเร็จรูปจากถุงพลาสติกที่อุดมด้วยผงชูรสและสารพิษมาอุ่นเลี้ยงลูก เลี้ยงสามี (หรือภรรยา)
  • ทานข้าวเสร็จสอนลูกทำการบ้าน (ทั้งลูก ทั้งพ่อ และแม่ ตาจวนจะปิดอยู่แล้ว!)
  • กว่าจะทำการบ้านเสร็จ หรือทำงานบ้านเสร็จก็หลังสี่ทุ่มไปแล้ว
  • ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ให้เพิ่มงานซักผ้า รีดผ้า ถูบ้านเข้าไปด้วย

จาก 10 ข้อข้างบนนี้ ถ้าท่านตอบถูกเกิน 5 ข้อก็สามารถสมัครเข้าสังกัด “ชมรมคนทำงานที่มีปัญหาคุณภาพชีวิต” ได้แล้ว

ยังค่ะ...ยังไม่พอ ลองอ่านรายการโรคภัยต่อไปนี้ดูแล้วเลือกรายการที่ท่านกำลังเป็นอยู่ดูบ้างสิคะ

  • ปวดศีรษะบ่อยๆ หรือเป็นไมเกรน
  • เป็นหวัดบ่อย เป็นภูมิแพ้
  • เป็นโรคกระเพาะ เพราะทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือเพราะความเครียด
  • นอนไม่หลับ
  • เป็นโรคหัวใจ
  • เป็นโรคความดันสูงหรือต่ำ
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่น ปวดบ่า หลัง แขน ขา เรื้อรัง หรือข้อนิ้วมือยึดเพราะใช้คอมพิวเตอร์มากไป

ถ้าท่านเลือกรายการข้างบนได้มากกว่า 2 รายการ มันก็เป็นสัญญาณที่บอกแล้วว่าท่านมีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ซึ่งเมื่อนำรายการที่ท่านเลือกทั้ง 2 รายการมาวิเคราะห์ดูเอง ท่านก็คงหาคำตอบเองได้ว่า ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ใช้ได้หรือไม่

ผู้บริหารและชาว HR ทั้งหลายนั้น ก็เป็นมนุษย์ทำงานเช่นเดียวกัน และหลายท่านก็คงมีปัญหาเรื่อง QWL กันบ้างไม่มากก็น้อย แล้วท่านยังจะปล่อยให้ชีวิตของท่าน ครอบครัวของท่านและพนักงานของท่านดำเนินชีวิตแบบนี้ต่อไปอีกหรือ ท่านเคยคิดจะแก้ปัญหาเหล่านี้บ้างไหม ถ้าคิดไม่ออกลองมาศึกษากันดีไหมคะว่า องค์กรอื่นๆ เขาหาทางลดปัญหาคุณภาพชีวิตให้พนักงานอย่างไรบ้าง

ตัวอย่าง QWL ของประเทศเกาหลีใต้

แม้ว่า QWL จะเป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงและริเริ่มจากกลุ่มประเทศทางตะวันตก แต่ผู้เขียนอยากนำเสนอตัวอย่างการสร้างโปรแกรมเพื่อพัฒนา QWL ของพนักงานที่จัดทำโดยบริษัทบางแห่งในเกาหลีใต้ให้ท่านได้ศึกษาดู ทั้งนี้ ข้อมูลเหล่านี้ผู้เขียนได้มาจากงานวิจัยของ ดร.มิคาอิล มอร์ บารัค และ ดร.ซังมิ โช ที่นำเสนอผลงานของเธอทั้งสองในการประชุมเรื่อง Global Workforce Summit ที่จัดโดยวิทยาลัยบอสตันที่เซี่ยงไฮ้ในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ในปี 2006 ที่ผ่านมามีองค์กร 3 แห่งในเกาหลีใต้ที่ชนะรางวัลจากท่านประธานาธิบดีในฐานะเป็นบริษัทที่มีการบริหารที่เป็นมิตรกับครอบครัว (ของพนักงาน) มากที่สุดอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ Yuhan Kimberly, Pantech และ Neowave

ในประเทศเกาหลีใต้เขามีการส่งเสริมเรื่องความสำคัญของครอบครัวโดยทางการจัดให้มี “เดือนแห่งครอบครัว” (Family Month) และมีรางวัล “Family Friendly Business Management” ให้แก่องค์กรที่เห็นความสำคัญและจัดโครงการที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม

กรณีศึกษาของบริษัท Yuhan Kimberly

บริษัท Yuhan Kimberly มีโครงการน่าสนใจอยู่ 4 โครงการดังนี้ คือ

1.โครงการดูแลครอบครัวและผู้พึ่งพิง (Care Programs for Families and Dependents) คำว่าผู้พึ่งพิงนี้หมายถึงบุตร ธิดา หรือพ่อแม่ ผู้แก่เฒ่า หรือใครก็ได้ที่พึ่งพาตนเองไม่ได้ และต้องพึ่งพิงพนักงานด้านการเงินและการเลี้ยงดู ซึ่งทาง Yuhan Kimberly ได้จัดให้มีห้องหลายห้องในบริษัทที่พนักงานแม่ลูกอ่อนสามารถพักทำงานชั่วครู่เพื่อมาให้นมลูกและดูแลลูกเล็กในห้องนี้ได้ ทางบริษัทมีงบประมาณช่วยดูแลบุตรของพนักงานด้วย โดยวางแผนจะจัดสถานที่ในบริษัทให้มีพี่เลี้ยงดูแลเด็กอย่างเต็มรูปแบบทำนองเป็นเนิร์สเซอรีเลย นอกจากนี้ยังจะมีงบประมาณช่วยค่าแพทย์ในการคลอดบุตร มีเงินก้นถุงแสดงความยินดีเมื่อพนักงานมีบุตร และยังจะจัดหาแรงงานทดแทนระหว่างลาพักคลอดอีกด้วย คุณแม่ทั้งหลายฟังแล้วคงอิจฉาตาเป็นมันเนอะ!

2.โครงการตารางเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Work Policy Options) ทาง Yuhan Kimberly มีนโยบายและมีแผนตารางเวลาทำงานหลากหลายที่เหมาะกับรูปแบบของงานและความจำเป็นของพนักงาน เช่น พนักงานขายสามารถทำงานที่บ้านก็ได้ (ขอให้ขายได้ก็แล้วกัน) ส่วนพนักงานที่อยู่ฝ่ายผลิตก็มีกะงานให้เลือกเวลาที่พอใจและพนักงานระดับบริหารสามารถเลือกเวลาเข้า–ออกงานที่แตกต่างกันได้...ว้าว!

3.โครงการลาพักร้อนของพนักงานและครอบครัว โดยที่องค์กรจ่ายแพ็กเกจลาหยุดให้หรือมีแบบที่ไม่จ่าย แต่สรุปแล้วมีหลายแพ็กเกจให้พนักงานเลือกได้

4.โครงการพัฒนาการศึกษาสำหรับพนักงานและครอบครัว Yuhan Kimberly เห็นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต จึงได้จัดสร้างสิ่งแวดล้อมและจัดอุปกรณ์ให้พนักงานได้เรียนรู้ด้วยตนเอง (นอกเหนือจากโครงการฝึกอบรมแบบเป็นทางการที่มีอยู่แล้ว) โดยจัดให้มีคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ มีการให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการพัฒนาตนเองและการศึกษาของพนักงานและสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน เชิญสมาชิกในครอบครัวของพนักงานมาเยี่ยมชมโรงงานหรือไปทัศนศึกษาช่วงสุดสัปดาห์ เป็นต้น

เป็นยังไงคะ? โปรแกรม QWL ของ Yuhan Kimberly น่าสนใจไหม? ลองมาเทียบดูกับอีก 2 บริษัทที่จะเล่าต่อไปดีไหมคะ?

กรณีศึกษาของบริษัท Pantech

โดยภาพรวมแล้วบริษัท Pantech ก็มีโครงการหลัก 4 โครงการคล้ายๆ กับ Yuhan Kimberly ดังนั้นจะขอนำเสนอเฉพาะรายละเอียดที่แตกต่างเพิ่มเติมเท่านั้น คือ

1.โครงการดูแลครอบครัวและผู้พึ่งพิง ทาง Pantech จัดนโยบายป้องกันและรักษาความปลอดภัยด้านสุขภาพเป็นพิเศษให้พนักงานที่ตั้งครรภ์ มีห้องเนิร์สเซอรีและยังวางแผนจะเปิดโรงเรียนการเป็นพี่เลี้ยงเด็ก (Nursery) ในอนาคตและมีห้องพักสำหรับพนักงานหญิงโดยเฉพาะ

2.โครงการพัฒนาการศึกษาสำหรับพนักงานและครอบครัว บริษัทเปิดศูนย์ให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสุขภาพให้พนักงาน ให้ค่าเรียนบุตร มีโปรแกรมตรวจเช็กร่างกายให้พนักงานและคู่สมรส จัดแคมป์เรียนภาษาอังกฤษให้บุตรของพนักงาน และมีบริการให้คำแนะนำเรื่องกฎหมายให้พนักงานด้วย

กรณีศึกษาของบริษัท Neowave

มาถึงบริษัทสุดท้ายที่ก็ไม่น้อยหน้าเรื่อง QWL เช่นกัน โดย Neowave ก็มีโครงการหลัก 4 โครงการเหมือน Yuhan Kimberly เช่นกัน แต่มีรายละเอียดน่าสนใจดังนี้

1.โบนัสให้พนักงานพิเศษสำหรับปีแรกที่ลาไปดูแลลูก

2.ให้พนักงานหยุดพักเมื่อแต่งงานได้ โดยทางบริษัทถือว่าเป็นการร่วมฉลองกับพนักงาน นอกจากนี้ยังให้พนักงานหยุดพักเมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต (Tragedy Leaves) โดยไม่เสียวันทำงาน

3.โครงการพัฒนาการศึกษาให้พนักงานและครอบครัว โดย Neowave จัดตั๋วชมคอนเสิร์ตหรือภาพยนตร์ฟรีให้พนักงานและครอบครัวปีละ 2-3 ครั้ง จัดบริการให้พนักงานรับคำปรึกษาเรื่องสุขภาพฟรีที่โรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง จัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้พนักงานและครอบครัวฟรี

ทั้งหมดนี้ก็คือตัวอย่างค่อนข้างละเอียดของโครงการ QWL ที่บริษัทในประเทศเกาหลีใต้จัดให้พนักงานและครอบครัวที่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของบริษัทในเอเชีย

หากใครมีตัวอย่างขององค์กรในประเทศไทยที่ดูแล QWL ให้พนักงานได้ดีน่าประทับใจ กรุณาเขียนมาเล่าให้ฟังบ้างก็ดีนะคะ เพื่อชีวิตของพวกเราพนักงานชาวไทยจะได้มีความสุขยิ่งขึ้น

เพราะทุกวันนี้ความสุขมันหายากขึ้นทุกวัน?

* หากท่านมีข้อเสนอแนะหรือคำถาม กรุณาติดต่อที่ : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

ข้อมูลและประสานงาน : คุณอารีย์ พงษ์ไชยโสภณ Surprised